สารจากประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร | Raimon Land

เรียน ท่านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ บริษัท ไรมอน แลนด์ จํากัด (มหาชน) ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสให้เป็นผู้นำกลุ่มบริษัท เดินทางสู่ศักราชใหม่ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซัวรีส์ชั้นนำของประเทศไทย

ผมต้องยอมรับว่า มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่งในการเข้ารับตำแหน่งสำคัญ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำขึ้นใน ทุกๆ ด้าน ประกอบกับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกมี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีทั้งธุรกิจที่เติบโตได้อย่างดีและธุรกิจ ที่ประสบปัญหาจากการที่ไม่สามารถปรับตัวได้ สำหรับผม การแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 (COVID-19) เป็นเพียงตัวเร่งให้เราเห็นความสามารถ ในการปรับตัวของธุรกิจต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในปีที่ผ่านมาเราได้ปรับ กลยุทธ์ให้มุ่งเน้นไปยังธุรกิจหลักที่จะสร้างรายได้อย่างมั่นคงในช่วง 2-3 ปี ข้างหน้า และยุติการบริหารธุรกิจบางประเภท อาทิ ธุรกิจร้านอาหารใน ประเทศสิงคโปร์ และธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยในปี 2563 รวมถึงการจัดหา สินเชื่อและการหาแหล่งเงินกู้จากตลาดเงินในประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ไรมอน แลนด์ ยังคงมีสภาพคล่อง และสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์เพื่อขายกว่า 2,961 ล้านบาท และมีรายได้รวมกว่า 3,171 ล้านบาท ความสำเร็จนั้นได้มาด้วยความมุ่งมั่นของทีมงานและ ปรับการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายกลยุทธ์องค์กรเปลี่ยนไป ผมจึงขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณทีมผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานทุกคนสำหรับ ความพยายามและมุ่งมั่นเต็มที่ในปีที่ผ่านมา

สำหรับ 4 โครงการหลักของบริษัทที่กำลังก่อสร้างนั้น ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย 3 โครงการ คือโครงการ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ และโครงการ เกตต์ ทเวลฟ์ เป็นการร่วมทุนกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ บริษัทผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยชั้นนำจาก ประเทศญี่ปุ่น มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 9,600 ล้านบาท ซึ่งกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565 และ 2566 ตามลำดับ และอีกหนึ่ง โครงการพัฒนาโดยบริษัทเอง คือ โครงการ เดอะ ลอฟท์ ราชเทวี

สำหรับโครงการอาคารสำนักงาน One City Centre หรือ “OCC" เป็นอีกหนึ่งโครงการที่นับเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท เป็นการร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Asia บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เราตั้งใจให้ OCC เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ กรุงเทพฯ ด้วยความสูง 61 ชั้น มีพื้นที่เช่าขนาดใหญ่ประมาณ 61,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2565 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2556 เป็นต้นไป

สำหรับการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทได้บริจาคเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบภัยโควิด-19 รวมถึงบริจาคเงินร้อยละ 1 ของกำไรสุทธิในแต่ละปีให้กับ “มูลนิธิเพื่อ ชีวิตที่ดีขึ้น" ซึ่งบริษัทเป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยในปี 2563 ได้บริจาค เงิน 793,050 บาท (คิดจากกำไรสุทธิของปี 2562) ให้กับทางมูลนิธิฯ โดยผู้บริหารระดับสูง และพนักงานของบริษัทได้ร่วมกันจัดกิจกรรมบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และหนังสือสำหรับนักเรียนที่ รร.วัดเศวตศิลาราม อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้บริษัทมีแผนกำหนดนโยบาย และแผนจัดการด้านความยั่งยืนระดับองค์กรในปี 2564 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และติดตามความต่อเนื่องในการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในปี 2564 คือ การ Rebrand ไรมอน แลนด์ ให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำของตลาดลักซ์ชัวรี่ด้วยต้องการพยายฐานลูกค้า ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น เราจึงได้ปรับการออกแบบ โลโก้และธีมสีของแบรนด์บริษัทให้มีความสดใส โดยให้ยังคงภาพลักษณ์ ของความเป็นผู้นำเทรนด์ด้านการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยระดับ ลักชัวรี่ส์ นอกจากนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัย ระดับลักซ์ชัวรี่ที่ซอยสุขุมวิท 38 ใกล้สถานีบีทีเอสทองหล่อ โดยจะเป็น โครงการที่ 3 ที่ลงทุนร่วมกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ ทั้งนี้บริษัทยังได้ เปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่ในด้านต่างๆ เช่น นักลงทุนและเจ้าของที่ดิน เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ โดยโครงการที่มีศักภาพมากที่สุดที่จะเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้จะเป็นโครงการ ที่พักอาศัยส่วนบุคคลระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี และยังมีอีกหลายโครงการ ที่อยู่ในแผนงานซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป

ไรมอน แลนด์ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไป ของโลกและสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง และยังคง ยึดมั่นในจุดยืนของบริษัท คือมุ่งเน้นการดำเนินงานโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ และอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ ใส่ใจรายละเอียดและคุณภาพในทุกมิติเพื่อตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า โดยในก้าวต่อไปของเรา จะมีการ ผนวกนวัตกรรมเข้าไปในทุกๆ สินค้าและการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับ ประสบการณ์อันน่าประทับใจ และได้ความพึงพอใจเหนือความคาดหมาย

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนบริษัทด้วยดีตลอดปีที่ผ่านมา

กรณ์ ณรงค์เดช
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร
กุมภาพันธ์ 2564